การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านการบริหารจัดการความยั่งยืนเป็นกรอบในการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแลทิศทาง การกำหนดเป้าหมาย และการติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน บริษัทฯ มีประธานเจ้าหน้าที่ความยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวม และมีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากสายงานหลัก เพื่อสนับสนุนการพัฒนา และดำเนินการตามกลยุทธ์ความยั่งยืนขององค์กร และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ

ท่านสามารถเข้าชมนโยบายด้านความยั่งยืน หน้า 53 ได้ที่นี่

วิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ THG l Medical Sustainability

บริษัทฯ กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Medical Sustainability” โดยมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมสุขภาพของภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว ผ่านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าควบคู่กับการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ นำวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาใช้เป็นกรอบในการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับสากล

กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Framework)
การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่

มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการส่งมอบคุณภาพการรักษาและการให้บริการระดับสากล การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

มิติสังคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคลากร การดูแลสุขภาพและ ความปลอดภัยในการทำงาน การเคารพสิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน

มิติสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการของเสียและพลังงานอย่างเหมาะสม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

เป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน โดยพิจารณาจากผลการประเมินประเด็นสำคัญ (Materiality Assessment) ควบคู่กับการทบทวนกรอบและมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องในระดับสากล เพื่อให้เป้าหมายที่กำหนดมีความเหมาะสมกับบริบทของธุรกิจ และสามารถรองรับทิศทางการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

คณะกรรมการบริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายายใต้หลักจริยธธรรม และแนวทางการกำกับดูแลกิจกิจการที่ดีควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อชุมชมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ โดยพิจารณาจากกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
SustainabilityReport

การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

THG ได้ทำการสำรวจ วิเคราะห์ และจัดลำจัดลำดับของผู้มีส่วนได้เสียโดยพิจารณาเกณฑ์ระดับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและเกณฑ์ระดับอิทธิพลของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อให้การตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาระหน้าที่และการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแนวทางที่บริษัทฯ กำหนด มีการทบทวนความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ปีละ 1 ครั้ง และปรับปรุงวิธีการตอบสนธงตามความหมาะสมการคำเนินงานในปี 2567 ผู้มีส่วนได้เสียของ THG สามารถแบ่งได้เป็น
ทั้งหมด 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ผู้ป่วยและผู้รับบริการ 2) บุคลากรทางการแพทย์ และพนักงาน 3) คู่ค้า 4) ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน 5) พันธมิตรทางธุรกิจ (ภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย) 6) หน่วยงานกำกับดูแล 7) สื่อมวลชน 8) ชุมชน โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้

 

การกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ ได้กำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนโดยอ้างอิงจากผลการประเมิน Materiality ซึ่งพิจารณา
ทั้งระดับผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและความเกี่ยวข้องต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรตลอดห่วงโซ่คุณค่า
การประเมินดังกล่าวดำเนินการผ่านการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มหลัก ควบคู่กับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ

กระบวนการประเมินประกอบด้วย การระบุประเด็นและขอบเขตผลกระทบ การประเมินและจัดลำดับความสำคัญ การทวนสอบ การสื่อสาร และการรายงานประเด็นสำคัญโดยอาศัยข้อมูลจากบริบทองค์กร
ความคาดหวังและข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสีย แนวโน้มอุตสาหกรรม ความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงกรอบการประเมินด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง อาทิ SET ESG Ratings, FTSE Russell ESG Scores เป็นต้น คณะทำงานด้านความยั่งยืนได้จัดลำดับความสำคัญของแต่ละประเด็นผ่าน Materiality Matrix โดยพิจารณาจากระดับผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและความเกี่ยวข้องต่อธุรกิจก่อนนำเสนอผลต่อผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ได้จากการจัดลำดับ ถูกนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมาย และขอบเขตการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีผ่านรายงาน 56-1 One Report และช่องทางการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทขององค์กร

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

คณะกรรมการบริษัท ฯ เชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือบรรษัทภิบาลจะทำให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ฯ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กลุ่มบริษัท ฯ เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

จึงกำหนดให้มี คู่มือบรรษัทภิบาล รายละเอียดตั้งแต่หน้า 1-66 ดังเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

ท่านสามารถเข้าชมข้อมูล การกำกับดูแลกิจการ ตั้งแต่หน้า 156-373

บริษัท ฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ป่วย คุณภาพการดูแลรักษา และ คุณภาพการบริการ (Service Quality) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอนการรับบริการ คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (Lifetime Health Guardian for All) อย่างเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำ ทุกโรงพยาบาลในกลุ่มเครือต้องมีการปรับตัวต่อ
การเปลี่ยนแปลง และต้องพัฒนาอยู่เสมอเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเพื่อสร้างความพึงพอใจ

บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยธุรกิจดำเนินการตามมาตรฐาน Healthcare Accreditation (HC Standard) ครอบคลุมทุกโรงพยาบาล และมาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์ที่เทียบเท่าสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการและสังคม

เป้าหมาย :
โรงพยาบาลผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ ในระดับประเทศ หรือ
ระดับสากล ร้อยละ 100

ผลการดำเนินงานในปี 2568 :

  • โรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน AACI ครบ 100 % (อายุการรับรอง 3 ปี)
  • โรงพยาบาลที่ทำการประเมิน Annual survey ผ่านการประเมินร้อยละ 100

วิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมของ THG “ยกระดับการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมดิจิทัล”
บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านสุขภาพ และสนับสนุนการเติบโตขององค์กร อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้รับบริการ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเสริมสร้างความสามารถในการ แข่งขันในระยะยาว เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมที่สำคัญ ดังนี้

  1. การสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กร (Innovation Culture)
  2. การพัฒนาและลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ (Digital Health Technology)
  3. การสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรม (Innovation Partnership) กับสถาบันการศึกษา องค์กรด้านเทคโนโลยี และพันธมิตรด้านนวัตกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพรูปแบบใหม่

เป้าหมาย:
จำนวนนวัตกรรมที่นำมาใช้ได้จริง อย่างน้อย 3 โครงการ

ผลการดำเนินงานในปี 2568:
การยกระดับมาตรฐานการแพทย์สู่การวินิจฉัยและการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Diagnosis and Advanced Medical Innovation)

โรงพยาบาลธนบุรี มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมาใช้ เพื่อเพิ่มความ แม่นยำในการวินิจฉัยและประสิทธิภาพในการรักษา ภายใต้แนวคิดการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ซึ่งช่วยให้ผู้รับบริการได้รับการ วินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพโรคเฉพาะบุคคล โดยมีการนำเทคโนโลยีที่สำคัญมาใช้ ได้แก่

  1. เทคโนโลยี Fusion Biopsy เพื่อการวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างแม่นยำ
  2. เทคโนโลยีศัลยกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery)
  3. ศูนย์ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci
  4. เทคโนโลยีการฟื้นฟูสมรรถภาพอัจฉริยะ (Smart Rehabilitation)

การยกระดับการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ได้นำนวัตกรรมการฉายรังสีด้วยเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง (Linear Accelerator: LINAC) มาใช้ในการรักษาโรค มะเร็ง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันตอนล่าง เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถกำหนดตำแหน่ง ทิศทาง และ ขนาดของลำรังสีได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง ส่งผลให้ผู้ ป่วยมีผลข้างเคียงจากการรักษาลดลง และใช้ระยะเวลาในการรักษาที่สั้นลง โดยใช้เวลาในการฉายรังสีเพียงไม่กี่นาทีต่อครั้ง

นวัตกรรมดิจิทัลโรงพยาบาลธนบุรี ราษฎร์ยินดี (Digital Innovation for Smart Healthcare services)

โรงพยาบาลธนบุรี ราษฎร์ยินดี มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา

  1. Care Meal: ระบบบริหารจัดการอาหารผู้ป่วยแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกเมนูอาหารผ่านระบบ QR Code ตามหมายเลขห้องพัก
  2. Rajyindee Vision Board: ระบบแสดงสถานะผู้ป่วยแบบ Real-time ผ่าน Smart TV โดยเชื่อมต่อกับระบบ Hospital Information System (HIS), ระบบห้องปฏิบัติการ (LAB) และระบบจัดยา
  3. RYH Touch-for-Treat: แอปพลิเคชันสนับสนุนการสื่อสารกับผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร เช่น ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยโรค หลอดเลือดสมอง หรือผู้ป่วยชาวต่างชาติ สามารถสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการ Prevention Recurrent Stroke โปรแกรมการรับรู้ภัยการเกิดโรค ผ่าน Smart Phone

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา พัฒนาระบบติดตามผู้ป่วยหลอดเลือดสมองอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ปี 2568 พัฒนาระบบการเก็บข้อมูล การแสดงผลรายบุคคล ผ่านทางโทรศัพท์มือถือของผู้ป่วย เชื่อมข้อมูลแสดงผลจาก HIS เป็นกราฟแนวโน้มความเสี่ยง ทั้งค่าความดันโลหิต และผลเลือดสำคัญ น้ำหนัก ที่ต้องระวังไม่ให้เกินเกณฑ์ การเตือนนัดหมาย รายการยา คำแนะนำการปฏิบัติตามปัจจัยเสี่ยงเฉพาะคน

ท่านสามารถเข้าชมข้อมูล “เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม” เพิ่มเติม ตั้งแต่หน้า 100-103
ได้ที่นี่

การพัฒนาความพึงพอใจและการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำแนวคิดการออกแบบบริการที่ยึด ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Design) มาใช้ในการพัฒนาเส้นทางการให้บริการ (Patient Journey) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้ บริการและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

  1. การสำรวจและรับฟังประสบการณ์ของผู้รับบริการ (Patient Experience) โรงพยาบาลในกลุ่มเครือทุกแห่งดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์ผู้ป่วย” (Patient Experience) ซึ่งครอบคลุมทุกจุดให้บริการ (และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ) ในแต่ละขั้นตอนของการรักษา
  2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการให้บริการ บริษัทฯ ดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการบริการผ่านโปรแกรม “Service by Heart” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การ เข้าใจความต้องการและความรู้สึกของผู้ป่วย การจัดการข้อร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ โดยมีการจัดอบรมอย่างสม่ำเสมอ

เป้าหมาย :

คะแนนความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ มากกว่าร้อยละ 90

ผลการดำเนินงานในปี 2568 :
คะแนนความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ THG

โครงการอาคารปลอดฝุ่น OPD 8 ชั้น โรงพยาบาลธนบุรี

อาคารปลอดฝุ่น โรงพยาบาบธนบุรี

อาคารปลอดฝุ่น โรงพยาบาลธนบุรี

โรงพยาบาล ธนบุรี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) สูง 8 ชั้น ซึ่งเปิดให้บริการใน
เดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีจำนวนห้อง ตรวจรวมทั้งสิ้น 83 ห้อง เพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้รับบริการ และยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้รับบริการให้ สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการด้านสุขภาพในระดับสากล

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะของผู้รับบริการ โดยได้นำแนวคิดการออกแบบอาคารที่คำนึง ถึงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) มาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง สำคัญต่อระบบทางเดินหายใจ โดยอาคารดังกล่าวติดตั้งระบบปรับอากาศที่มีระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ก่อน ปล่อยอากาศเข้าสู่พื้นที่ใช้งาน ส่งผลให้ภายในอาคารมีปริมาณฝุ่นละอองเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำเพียงประมาณ 3–5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ อาคารดังกล่าวยังติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ Real-time ครอบคลุมทุกชั้นของอาคาร เพื่อตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกประมวลผลผ่านระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ (Smart Building Automation System: BAS) เพื่อปรับสมดุลอุณหภูมิ ความชื้น และการไหลเวียนของอากาศโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการสะสม ของฝุ่นละออง การเจริญเติบโตของเชื้อโรค และกลิ่นไม่พึงประสงค์

การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับผู้รับบริการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วย โรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ส่งผลให้ผู้รับบริการและบุคลากรสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงคุณภาพอากาศที่ สะอาดและปลอดภัย ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานของโรงพยาบาล

นอกจากนี้ อาคารดังกล่าวยังใช้กระจกอินซูเลท (Insulated Glass) ซึ่งช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก ลดมลภาวะทางเสียง และเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว รวมถึงมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการอาคารปลอดฝุ่น OPD 8 ชั้นนี้ ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาอาคารและโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลในอนาคต เพื่อยกระดับ มาตรฐานการให้บริการด้านสุขภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความพึงพอใจและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน กับผู้รับบริการ

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทฯ ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ (Digital Healthcare) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่น ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Record: EMR)) ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ รวมถึงจัดสรรทรัพยากร บุคลากร และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย
ไซเบอร์ โดยครอบคลุมการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล การป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ การบริหารจัดการ
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการติดตามตรวจสอบระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีความมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ จึงได้กำหนด นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Security Policy) เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน และเปิดเผยนโยบายดังกล่าวบนเว็บไซต์ของบริษัท
เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึง ข้อมูล ได้อย่างโปร่งใส

การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการ โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการ และคุ้มครองสิทธิความ เป็นส่วนตัวของผู้รับบริการอย่างเหมาะสม

บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางสำหรับการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และปรับปรุงมาตรการป้องกันได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็น ไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมาย :

  • จำนวนเหตุการณ์การละเมิดข้อมูล หรือ Data Breach
  • จำนวนข้อร้องเรียนด้านข้อมูลส่วนบุคคล

ผลการดำเนินงานในปี 2568 :

  • ทุกหน่วยงานในเครือดำเนินงานตามมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมีการดำเนินมาตรการปกป้องข้อมูลอย่างครบถ้วน คิดเป็นร้อยละ 100 ของหน่วยงานทั้งหมด
  • จำนวนเหตุการณ์ละเมิดข้อมูล / data breach เป็นศูนย์
  • จำนวนข้อร้องเรียนด้านข้อมูลส่วนบุคคล เป็นศูนย์

บริษัทฯ มีแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืน และจัดทำนโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน รวมทั้งจัดทำจรรยาบรรณและแนวปฏิบัติคู่ค้าเพื่อให้บุคลากร รวมทั้งคู่ค้าของบริษัทฯ และบริษัทในเครือยึดถือและปฏิบัติทั้ง 3 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า, กระบวนการ การจัดกลุ่มคู่ค้าและประเมินความเสี่ยงคู่ค้า, การประเมินความเสี่ยง คู่ค้า, การพัฒนาคู่ค้า และกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน ปี 2568 ดังนี้

เป้าหมาย :

  • คู่ค้ารายใหม่ ผ่านการคัดกรองด้านความยั่งยืน (ESG) ในรอบปีที่ผ่านมา
  • คู่ค้าสำคัญ Tier 1 ผ่านการประเมินด้าน ESG ร้อยละ100
  • คู่ค้าสำคัญลงนามรับทราบจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ร้อยละ 100

ผลการดำเนินงานในปี 2568 :

  • คู่ค้ารายใหม่ ที่ผ่านการคัดกรองประเด็นด้านความยั่งยืนในรอบปีที่ผ่านมา 100%
  • คู่ค้ารายสำคัญ ที่ร่วมลงนามรับทราบการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าของธุรกิจในรอบปีที่ผ่านมา 100%

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสังคม

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ในฐานะบริษัทที่จดทะเบียนใน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และดำเนินธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และปฏิบัติตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานในมิติสังคม

เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม โดยมีการดำเนินงาน ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

การพัฒนาศักยภาพแก่พนักงาน การจูงใจและรักษาพนักงาน การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานของโรงพยาบาลและบริษัทในเครือของบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีการดำเนินงานในด้านมิติสังคมอย่างครบถ้วนและยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์  Human Centric” สร้างสังคมแห่งการทำงานที่มีความสุข สร้างสุขและสังคมที่ยั่งยืน

การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน

บริษัทฯ ให้มีการสำรวจความต้องการการฝึกอบรม พัฒนาทักษะของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยหัวหน้าหน่วยงานจะพิจารณาความจำเป็นใน การอบรม (Training need ) จาก Job description ที่ระบุเป็น Level
1-4 และผลการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลใช้ประเมินทั้ง KPI ตำแหน่ง งาน และ Competency ที่มี 3 ประเภท ได้แก่ Core competency, Functional Competency และ Specific competency ที่จำเป็นต้อง มีทักษะ ความชำนาญและต้องทดสอบความรู้ประจำปี ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ความจำเป็น ประเมินเพื่อวางแผน พัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) โดยทำข้อตกลงกับพนักงานให้รับทราบกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องพัฒนาตนเอง ทั้งในส่วนกลางที่เป็น Core competency ความสามารถหลักของธุรกิจที่ต้องมีการพัฒนาและทบทวนปีละ 1 ครั้ง เช่น ความเสี่ยง ระบบ คุณภาพ ความปลอดภัยของผู้รับบริการ ความเสี่ยงด้าน Cyber security จรรยาบรรณของพนักงาน และ CPR ซึ่งกำหนดเป็น Mandatory Training นำมาจัดทำแผนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรประจำปี

การส่งเสริมความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร โดยเชื่อว่าพนักงานที่มีความสุขและมีแรงจูงใจจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการรับฟังความคิดเห็น การสร้าง บรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร และการยอมรับซึ่งกันและกัน รวมถึงการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรในทุกระดับ บริษัทฯ จัดให้มีการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) เป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจ ความภาคภูมิใจ และแรงจูงใจในการทำงาน ผลสำรวจถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแผนปรับปรุงและกิจกรรมสร้างความผูกพันให้เหมาะสมกับ บริบทของแต่ละหน่วยงาน กิจกรรมที่ดำเนินการ (Programs and Initiatives) เพื่อเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน

ผลการสำรวจถูกนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมในการ ทำงาน เสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

เป้าหมาย :

  • คะแนนความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร มากกว่าร้อยละ 80
  • จำนวนชั่วโมงการอบรมระดับปฏิบัติการเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ผลการดำเนินงาน ปี 2568 :        

  • คะแนนความพึงพอใจของพนักงานร้อยละ 72 โดยมีพนักงานเข้าร่วมการสำรวจทั้งหมดจำนวน 4,013 คน
  • อัตราการลาออกของพนักงาน ร้อยละ 15
  • จำนวนชั่วโมงการอบรมของพนักงานระดับปฏิบัติการเฉลี่ย 26.87 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
  • จำนวนชั่วโมงการอบรมของพนักงานระดับบริหารเฉลี่ย 81.39 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
  • จำนวนชั่วโมงที่อบรมให้กับพนักงานระดับปฏิบัติการทั้งหมด 107,638 ชั่วโมง
  • จำนวนชั่วโมงที่อบรมให้กับพนักงานระดับบริหารทั้งหมด 20,023 ชั่วโมง

โครงการ ESG DNA 2568

โครงการ ESG DNA 2568

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 : THG ได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) จากความสำเร็จในการส่งเสริม ให้พนักงานมากกว่า 70% ผ่านการเรียนรู้หลักสูตร “ESG DNA ชุดความรู้ด้านความยั่งยืน สำหรับบุคลากรทุกระดับ” ผ่านระบบ e-Learning ซึ่งจัดทำโดย SET

ในปี 2568 THG ยังคงดำเนินงานในโครงการ “ESG DNA” ซึ่งจัดโดย SET อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายให้พนักงานของ THG (พนักงานจากส่วนงานกลาง พนักงานของโรงพยาบาลธนบุรี และพนักงานของโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา) ได้รับการอบรมที่เกี่ยวข้องกับความ ยั่งยืน (มีการทำแบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังการอบรม) ใน 4 หลักสูตร ได้แก่ 1) ESG 101 : พื้นฐานความรู้ด้านความยั่งยืน 2) BHR101: พื้นฐานกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน 3) CFO01 : ความรู้เบื้องต้นที่เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ภาคธุรกิจ และ 4) CE102: การจัดการขยะอย่างยืนยืน

เป้าหมาย : กำหนดเป็น 2 ระยะ ดังนี้

(1) ระยะที่ 1 (“Phase1”)

ระยะเวลาของโครงการ : ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569

เป้าหมาย : พนักงานของ THG (พนักงานจากส่วนงานกลาง : THG-Corporate) พนักงานจากโรงพยาบาลธนบุรี (ระดับหัวหน้างานและเป็น ตัวแทนของแต่ละฝ่าย) และพนักงานของโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา
ที่สมัครเข้าร่วมโครงการนี้ ทั้งสิ้น 692 คน เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของโครงการ พนักงานมากกว่า 70% ของจำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านการอบรมทั้ง 4 หลักสูตร (วัดผลความรู้และได้รับ
ใบประกาศนียบัตรรับรองจาก SET)
โดยผลสำเร็จของโครงการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นดังนี้

หมายเหตุ: โรงพยาบาลธนบุรี1) กำหนดหลักการในการส่งพนักงานงานเข้ารับการอบรม คือ ให้ผู้บริหาร หรือพนักงานในระดับหัวหน้างานของ แต่ละฝ่ายที่สำคัญ เป็นผู้เข้าร่วมรับการอบรม เพื่อนำความรู้ไปสื่อสาร และถ่ายทอด หรือกำหนดเป็นแผนงาน ให้ทีมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้ รับทราบและนำไปปฏิบัติต่อไป

(2) ระยะที่ 2 (“Phase2”)

ระยะเวลาโครงการ : ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 – 31 พฤษภาคม 2570

เป้าหมาย : 1) พนักงานโรงพยาบาลธนบุรี ในสัดส่วน 25% ของจำนวนพนักงานโรงพยาบาลทั้งหมด 2) พนักงาน THG (THG-Corporate, รพ.ธนบุรี และ รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา) ที่เข้างานใหม่ และ 3) สนับสนุนให้โรงพยาบาลในเครือ THG ตอบรับการสมัครเข้าร่วมโครงการ ESG DNA โดยให้พนักงานเป้าหมาย ได้การอบรมด้านความยั่งยืนครบทั้ง 4 หลักสูตร

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน

บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และความปลอดภัยในการทำงาน โดยยึดแนวคิด Holistic Well-Being เพื่อให้บุคลากรมีสุขภาพที่ดี มีขวัญกำลังใจ และสามารถให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินโครงการตามมาตรฐานแรงงานสากล และแนวปฏิบัติของภาคธุรกิจการดูแลสุขภาพ

5.1 ชั่วโมงการทำงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเวลาการทำงานของพนักงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนด
แนวปฏิบัติในการควบคุมชั่วโมงการ ทำงาน ตามกฎหมายแรงงาน และมาตรฐานจรรยาบรรณ วิชาชีพสาธารณสุข รวมถึงแนวทางปฏิบัติภายในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุก ระดับ ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วยและคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ ดังนี้

แนวปฏิบัติในการขจัดชั่วโมงการทำงานที่เกินสมควร:

  • จำกัดชั่วโมงการทำงานไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และมีการจัดให้มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ
  • วิเคราะห์กำลังคนเพื่อประเมินอัตราส่วนแรงงานต่อหน่วยบริการ (Fulltime Equivalent per Unit of Service) และกำหนดมาตรฐาน ของแต่ละหน่วยงานในการคำนวณจำนวนบุคลากรเทียบกับปริมาณงาน ซึ่งจะมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี
  • ให้โอกาสพนักงานร่วมจัดตารางเวรและการทำงานที่สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่ยืดหยุ่นที่ไม่กระทบกับแนวปฏิบัติภายใน องค์กร
  • มีระบบติดตามและรายงานชั่วโมงการทำงานของบุคลากร และที่ตรวจสอบได้ เช่น ระบบ KwanP
  • สนับสนุนให้หัวหน้างานบริหารภาระงานอย่างเหมาะสม ป้องกันการทำงานล่วงเวลาเกินจำเป็น
  • ในแต่ละปีงบประมาณ ทุกหน่วยงานจะทำการทบทวนอัตรากำลังบุคลากรเป็นรายไตรมาส เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานและการให้ บริการ โดยจำนวนพนักงานจะพิจารณาตามข้อกำหนดของสภาวิชาชีพ

5.2 อาชีวอนามัย

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะป้องกันและส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและคู่ค้า โดยตระหนักว่าสุขภาพเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีและ ประสิทธิภาพในการทำงาน

แนวทางปฏิบัติ:

  • การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ: ระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ซึ่งรวมถึงอันตรายทาง ชีวภาพ สารเคมี กายภาพ และสรีรศาสตร์
  • มาตรการป้องกัน: ดำเนินการควบคุมความเสี่ยงด้านสุขภาพ จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสม
  • การเฝ้าระวังสุขภาพ: ดำเนินการตรวจสุขภาพและติดตามผลตามที่กฎหมายกำหนด หรือความจำเป็นในการป้องกันโรค
  • การศึกษาและการฝึกอบรม: ให้การศึกษาแก่พนักงาน เกี่ยวกับอันตรายด้านสุขภาพจากการทำงาน วิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย และการใช้ อุปกรณ์ป้องกันอันตราย จัดให้มีการอบรมเพื่อส่งเสริมความรู้ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน และผู้รับ เหมาช่วงต้องผ่านการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปฏิบัติงานกับโรงพยาบาล เพื่อให้พนักงานและ ผู้รับเหมารับทราบระเบียบวิธีการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยตามลักษณะงานที่กฎหมายกำหนด
  • จัดทำคู่มือและระเบียบปฏิบัติงาน: จัดทำคู่มือและระเบียบปฏิบัติงานเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม และระเบียบ รองรับการตอบสนองในภาวะฉุกเฉิน การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตราย เช่น การจัดการสารเคมี การป้องกันการติดเชื้อจากการ ทำงาน การจัดการขยะและวัตถุอันตราย แผนอัคคีภัย แผนน้ำท่วม แผนการป้องกันการติดเชื้อจากการก่อสร้าง เป็นต้น

เป้าหมาย :

  • จำนวนการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นเสียชีวิต เป็นศูนย์
  • อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR)

ผลการดำเนินงาน ปี 2568 :        

  • อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นเสียชีวิต 0 ราย
  • อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) 0.22 ครั้งต่อหนึ่งล้านชั่วโมงการทำงาน

โครงการธนบุรีทุ่งสงนำสุขภาวะ 2029

โครงการธนบุรีทุ่งสงนำสุขภาวะ 2029

การดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน เขต 9 จังหวัดสงขลา กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการขับเคลื่อน กิจกรรมตามแนวทาง Happy 8 ภายในองค์กร ซึ่งครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสมดุลในการทำงาน และการสร้างสภาพ แวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความสุขและความปลอดภัยของบุคลากร โดยมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง จากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานดังกล่าว โรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสงได้รับรางวัล โล่เชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพ คนงานแบบองค์รวม (Total Worker Health: TWH) ประจำปี 2568 จากกระทรวงแรงงาน ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะของพนักงานตามมาตรฐานระดับประเทศ

การปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ มีการทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเชิงรุกอย่างต่อเนื่องรวมถึงดำเนินการตามมาตรการป้องกัน แผนปรับปรุง หรือระบบติดตามผล หากพบความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายไทย หลักจริยธรรมวิชาชีพด้านสาธารณสุข และมาตรฐานสากล
ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน

ท่านสามารถเข้าชม นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน เพิ่มเติมได้ ที่นี่

การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD)

บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) และจัดทำแนวทางจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นทั้งในองค์กรและในห่วงโซ่คุณค่า โดยครอบคลุมขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้

  1. การประกาศนโยบายและกำหนดขอบเขตการประเมิน
  2. ระบุประเด็นการประเมินความเสี่ยง
  3. การประเมินความเสี่ยง
  4. การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน
  5. การจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยา

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

เป้าหมาย :

  • ข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นศูนย์

ผลการดำเนินงาน ปี 2568 :        

  • จำนวนข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน = 0

ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

  • การกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้มั่นใจว่ามีการเคารพสิทธิมนุษยชนบริษัทฯ มีระบบกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการความยั่งยืนและผู้บริหารของโรงพยาบาลบูรณาการนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เข้าสู่การปฏิบัติงานประจำ เช่น การคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วย ความปลอดภัยของบุคลากร และการจัดซื้ออย่างมีจริยธรรม พร้อมจัดสรรงบประมาณ อุปกรณ์ความ ปลอดภัย  และสื่อสารความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนให้กับบุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้รับจ้างภายนอก และคู่ค้าทางธุรกิจ ก่อนเริ่มดำเนินโครงการใหม่ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน (Due Diligence) เพื่อระบุและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการประเมินการปฏิบัติด้านแรงงานของผู้รับเหมา และการประเมินความเสี่ยงของการใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก โดยผลการประเมินจะถูกนำมาประกอบ การตัดสินใจการคัดเลือกคู่ค้า

    “คู้ค้ารายใหม่ผ่านการคัดกรองด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ในรอบปีที่ผ่านมา ร้อยละ 100”
  • การสื่อสาร ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน

    บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและปลูกฝังความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เกิดวัฒนธรรม องค์กร จึงได้กำหนดเป็นแผนการให้ความรู้ด้านสิทธิ มนุษยชนขั้นพื้นฐานเป็นประจำทุกปี และสื่อสารกับพนักงานภายในองค์กร ผ่านการจัดอบรม โดยในปี 2568  มีการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของ สิทธิมนุษยชน “ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีบุคลากรผ่านการอบรม ทั้งหมด 4,201 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด”

  • การเคารพสิทธิเด็ก
    บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนที่นำมาบูรณาการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้แก่ สนับสนุนการขจัดปัญหาแรงงานเด็ก ในการประเมินคัดเลือกคู่ค้า การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนรวมทั้งด้านคำเตือนตาม มาตรฐาน ข้อกำหนดกฎหมาย การใช้สื่อโฆษณาและการตลาดด้วยความระมัดระวังในทางที่เคารพและสนับสนุนสิทธิเด็ก การสนับสนุนสวัสดิการและการพัฒนาเด็ก ผ่านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค และการให้บริการสุขภาพเชิงรุกในชุมชน  ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การให้ความรู้ด้านการแพทย์เชิงป้องกันแก่ผู้ปกครองและ เด็กในโรงเรียน การรณรงค์ส่งเสริมสุขอนามัยในเด็กวัยเรียน เช่น การสอนแปรงฟัน การสนับสนุนโรงเรียนและชุมชนด้วยการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ และการรณรงค์ฉีดวัคซีน รวมถึงการจัดให้มีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อเด็กในโรงพยาบาล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับเด็ก
  • การจัดการข้อร้องเรียนและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การจัดการกรณีการกลั่นแกล้ง (Bullying) หรือการคุกคาม (Harassment) ในสถานที่ทำงาน

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นมิตร และปราศจากการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งทางร่างกาย คำพูด จิตใจ หรือทางเพศ โดยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ และช่องทางการรายงานที่เป็นความลับ ได้แก่ E-mail หรือ แบบฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถแจ้งเหตุหรือร้องเรียนได้อย่างปลอดภัยและไม่ถูกตอบโต้ โดยมีการอบรมผู้จัดการและหัวหน้างานรวมถึงขั้นตอนรับรายงาน การเก็บข้อมูลอย่างเป็นความลับ

ในปี 2568 ไม่พบเหตุการณ์การกลั่นแกล้งหรือการคุกคามที่ถูกรายงาน

บริษัทฯ ได้นำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรหลักขององค์กร ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ด้านการแพทย์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทางการ แพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ มาใช้ในการสนับสนุนชุมชน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการเพิ่มการเข้าถึง บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ
แนวทางการลงทุนเพื่อสังคมของบริษัทฯ สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักขององค์กร ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะ
ที่ดี (Preventive Healthcare) และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม โดยบริษัทฯ
ได้บูรณาการกิจกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพ การให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ และการให้บริการทางการแพทย์เชิงป้องกัน เข้าไว้ในโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์
ที่ดีและความไว้วางใจระหว่างบริษัทฯ และชุมชน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ควบคู่กับ
การสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรในระยะยาว และตอกย้ำบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย :

จำนวนโครงการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างน้อย 4 โครงการ ต่อปี

ผลการดำเนินงาน ปี 2568 :        

อาชีวอนามัย ความปลอดภัย สุขภาพและคุณภาพชีวิต

ภาพโครงการ CPR รพ.ธนบุรี

1) โครงการส่งเสริมทักษะการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียง (Basic Life Support & CPR Training)

ในปี 2568 โรงพยาบาลในเครือ THG จำนวน 3 แห่ง ได้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

โรงพยาบาลธนบุรี อบรมเชิงปฏิบัติการด้านการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support: BLS) และการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary Resuscitation: CPR) ให้แก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน
4 แห่ง รวมจำนวนกว่า 330 คน

โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง อบรมเชิงปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 285 คน และ อบรมพนักงานบริษัทที่เป็นลูกค้า อีก 3 แห่ง จำนวน 103 ราย

โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง จัดอบรม CPR และการใช้ AED ให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 14 หน่วยงาน ครอบคลุมกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สถาน ศึกษา บริษัทเอกชน และหน่วยงานที่เข้ารับบริการตรวจสุขภาพ
โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนรวม 725 คน

ในปี 2568 โครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการรับมือเหตุฉุกเฉินที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลในเครือ THG โดยรวมดังต่อ ไปนี้:

  • จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด: 1,443 คน
  • จำนวนองค์กรที่ได้รับประโยชน์ทั้งหมด: อย่างน้อย 18 องค์กร
  • กลุ่มเป้าหมาย: โรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม องค์กรธุรกิจ และสมาชิกในชุมชน

2) โครงการส่งเสริมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ

โรงพยาบาลธนบุรี ทุ่งสง ได้เข้าร่วมกิจกรรมวันความปลอดภัย อาชีวอนามัย กับบริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด โดยให้ความรู้ด้านการ ป้องกันโรคจากการทำงาน การส่งเสริมสุขอนามัย และการสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงาน จำนวนผู้ได้รับประโยชน์: 210 คน

โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ

ภาพหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รพ.ธนบุรี

โรงพยาบาลธนบุรี ได้จัดทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกแก่พระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ 4 วัด จำนวน 23 รูป เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น ลดความเสี่ยงของโรค และส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

โครงการสนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน

โรงพยาบาลธนบุรี ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคสังคม สนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และให้บริการฉีดวัคซีนแก่ ประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ลงพื้นที่ให้บริการโดยตรง จำนวนผู้ได้รับประโยชน์: 550 คน

การพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพ

โครงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ชุมชน

ในปี 2568 โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ได้จัดโครงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ฟรีแก่ชุมชน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจหาความเสี่ยงโรค หัวใจและหลอดเลือดอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โครงการนี้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจคัดกรองประชาชน 450 คน
ใน 4 ตำบล และ 2 องค์กรท้องถิ่น ผลการตรวจคัดกรองพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 67 คน (14.8%) ซึ่งได้รับการส่งต่อเพื่อรับการตรวจและรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติมโดยทันที โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากร
ทางการแพทย์อาสาสมัคร 10 คน ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและ
การเป็นพันธมิตรกับชุมชน

การสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางในสังคม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการ พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและ
กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยยากไร้ และผู้พิการ บริษัทฯ จึงดำเนินโครงการ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงทรัพยากรทางการแพทย์และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง


1.โครงการส่งต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้

ภาพป่วยให้ยืม TH

โรงพยาบาลธนบุรี ได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา ภายใต้โครงการ “ป่วยให้ยืม” ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จำนวน 20 เครื่อง และโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา สนับสนุนเพิ่มเติมอีก 3 เครื่อง รวมจำนวนทั้งสิ้น 23 เครื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ อุปกรณ์ช่วยหายใจ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถยืมใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

2.โครงการ “เปิดโลกทัศน์และสานฝันน้องผู้พิการสู่ท้องทะเล”

โรงพยาบาลธนบุรี ร่วมกับกองทัพเรือ และสถานีวิทยุ TOP RADIO 93.5 จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางสังคมให้แก่ เด็กผู้พิการทางสายตาและผู้พิการซ้ำซ้อน โดยนำน้อง ๆ เข้าร่วมกิจกรรม ณ หาดน้ำใส อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยโรงพยาบาลได้จัดทีมพยาบาลและเวชภัณฑ์เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกิจกรรมสันทนาการ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมและสุขภาพจิต
ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

3.โรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม

โรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ได้ดำเนินโครงการ “คืนกำไร รับใช้สังคม” เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการกายภาพบำบัดที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะ สม โดยตระหนักถึงแนวโน้มที่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงต่อโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงโรคหลอด เลือดสมอง และออฟฟิศซินโดรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน

โครงการดังกล่าวให้บริการกายภาพบำบัดในราคาพิเศษ 59 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว โรงพยาบาลได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และให้บริการผ่านการออกบูธในงาน Thailand Health and Wellness Expo 2025 โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้ารับบริการและตรวจประเมินทางกายภาพบำบัดจำนวน 58 คน

ท่านสามารถเข้าชมข้อมูล ผลการดำเนินงานด้านสังคม เพิ่มเติม ตั้งแต่หน้า 87 – 113 ได้ที่นี่

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตของบริษัทควบคู่กับการรักษาทรัพยากรและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน รวมถึงเพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน โดยปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีความตระหนักและให้ความร่วมมือในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างวัฒนธรรมสีเขียวในการร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์กร

กลยุทธ์ Greener Business, Greater Environment
  • จัดทำการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในด้านการจัดการขยะที่ไม่อันตรายจากหน่วยงานที่ทำสำเร็จตามแผน (Best Practice) เพื่อเป็นต้นแบบในการ ดำเนินการแก่ทุกภาคส่วนในองค์กร
  • รักษาสิ่งแวดล้อม ควบคุมดูแลการบริหารจัดการกำจัดของเสีย รวมทั้งสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสังคม โดยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการบรรเทาโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยการประหยัดพลังงาน และการจัดการขยะอย่างถูกวิธี
  • ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับบุคลากรของบริษัทฯ เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและะสิ่งแวดล้อม

ท่านสามารถเข้าชมนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม ได้ที่นี่

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ทำการทบทวน นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาติ (UN SDGs) ดังนี้

  • ปริมาณขยะไม่อันตรายที่ฝังกลบลดลงร้อยละ 20 จากปีฐาน 2567 ภายในปี 2572
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยลดลงร้อยละ 20 จากปีฐาน 2567 ภายในปี 2572
  • ปริมาณการใช้พลังงานจากฟอสซิลลดลง ร้อยละ10 จากปีฐาน 2567 ภายในปี 2572
  • ปริมาณการใช้น้ำประปาลดลงร้อยละ 5 จาก ปีฐาน 2567 ภายในปี 2572

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณค่ามาโดยตลอด จึงได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน และดำเนินการอนุรักษ์พลังงานตามข้อกำหนดการอนุรักษ์พลังงานภายใต้พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานพ.ศ.2535 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) สำหรับโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม ตลอดจนวางแผนการดำเนินการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงานของโรงพยาบาลมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นอาคารต้นแบบที่เป็นเลิศทางด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานที่ครอบคลุมทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล แบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้

  • ระดับ 1 เป็นมาตรการประหยัดพลังงานแบบไม่ต้องลงทุน ดำเนินการในพื้นที่ส่วนกลางของโรงพยาบาลโดยเป็นหน้าที่ของฝ่ายวิศวกรรมอาคารที่ต้องควบคุมดูแลและติดตามการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
  • ระดับ 2 เป็นมาตรการรณรงค์ให้พนักงานทั้งในส่วนของแผนกการรักษาพยาบาลและส่วนสนับสนุนมีส่วนร่วมในการลดการใช้พลังงานตามนโยบายการจัดการพลังงานขององค์กร
  • ระดับ 3 เป็นมาตรการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน หรือดำเนินการร่วมกับบริษัทรับจ้างบริหารพลังงาน (ที่ให้การรับประกันผลประหยัดพลังงาน)
  • ระดับ 4 เป็นมาตรการผลิตพลังงานทางเลือกเอง เช่น การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)

การตั้งเป้าหมายการจัดการไฟฟ้า และ/หรือ น้ำมันและเชื้อเพลิง

หมายเหตุ : 

ในส่วนของปริมาณการใช้น้ำประปา
ระยะสั้น : ปริมาณการใช้น้ำประปา ลดลงจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 2
ระยะกลาง : ปริมาณการใช้น้ำประปาลดลงร้อยละ 5 จาก ปีฐาน 2567 ภายในปี 2572

การจัดการพลังงาน : การใช้ไฟฟ้า

หมายเหตุ : (2)

– ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม ปี 2568 ลดลง 130,144 กิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็น 0.32% เมื่อเทียบกับปี 2567

– ปริมาณการผลิตไฟฟ้ามาใช้จากแหล่งพลังงานทดแทน เพิ่มขึ้น 509,898 กิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็น 68%
เทียบกับปีฐาน 2567

ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการพลังงาน

โครงการติดตั้งระบบ Solar Rooftop

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar Rooftop บนอาคารหลัก 3 อาคาร ได้แก่ อาคาร 1 อาคาร 2 และอาคาร MRI–ไตเทียม โดยโครงการแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2568

ผลการดำเนินงาน :

  1. สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้รวมทั้งสิ้น 439,236.88 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโรงพยาบาลในปีดังกล่าว
  2. สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ 2 (Scope 2 Emissions) ได้จำนวน 325
    ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567

เป้าหมายต่อเนื่อง :

ในปี 2569 โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายลดปริมาณการใช้พลังงานเพิ่มเติมอีกร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2568 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ

โครงการ GREEN & CLEAN Hospital Plus (BKKGC+) ประจำปี 2568

บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ GREEN & CLEAN Hospital Plus (BKKGC+) ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผ่านสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เพื่อยกระดับมาตรฐานงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลให้เป็นระบบและสอดคล้องกันในบริบทของเมืองใหญ่

โครงการ BKKGC+ มุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลให้สอดคล้องกับแนวคิด “Health for Climate” เพื่อรองรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของภาคสาธารณสุข

ในปี 2568 โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ได้เข้าร่วมการประเมินและผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนด โดยเฉพาะ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ได้รับการรับรองในระดับ เพชร (Diamond Level)
ซึ่งมีเพียง 2 โรงพยาบาลเท่านั้นที่ได้รับรางวัลระดับสูงสุดดังกล่าว

ในการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัทฯ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความใส่ใจอย่างมากคือการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินกิจการโรงพยาบาล ตั้งแต่การรักษาความสะอาด การชำระล้าง และกระบวนการต่างๆ ทางการแพทย์ ดังนั้น ผู้บริหาร จึงได้กำหนดให้มี นโยบายการบริหารจัดการน้ำ (Water Stewardship Policy) โดยนำแนวทางการจัดการน้ำแบบครบวงจรมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้คุ้มค่ามากที่สุด การนำน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสียกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ในกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำสะอาดเช่น ในระบบท่อสุขาภิบาลและรดน้ำต้นไม้ ตลอดจนมีประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ เช่น น้ำขาด แคลน น้ำท่วม คุณภาพน้ำ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

การตั้งเป้าหมายการจัดการน้ำ

หมายเหตุ :

ในส่วนของปริมาณการใช้น้ำประปา

  • ระยะสั้น : ปริมาณการใช้น้ำประปา ลดลงจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 2
  • ระยะกลาง : ปริมาณการใช้น้ำประปาลดลงร้อยละ 5 จาก ปีฐาน 2567 ภายในปี 2572

การจัดการน้ำ : ปริมาณการใช้น้ำของบริษัท จำแนกตามแหล่งน้ำ

หมายเหตุ :

(5) – ปริมาณการใช้น้ำรวม เพิ่มขึ้น 0.58% เมื่อเทียบกับปี 2567

(6) – ปริมาณการใช้น้ำประปาหรือน้ำจากองค์กรอื่น ปี 2568 ลดลง 20,001.00 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ

3.8 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567

ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการน้ำ

โรงพยาบาลธนบุรี ได้จัดทำโครงการลดการใช้น้ำ โดยการติดตั้งก๊อกน้ำเซ็นเซอร์พลังงานน้ำ (Hydro-Powered Sensor Faucet)

จุดเด่นสำคัญของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์พลังงานน้ำ:

  • สร้างพลังงานในตัวเอง : ไม่ต้องเสียบปลั๊กหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก
  • ความปลอดภัยสูง : ลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้ารั่วช็อต
  • ประหยัดน้ำ : มักมาพร้อมเทคโนโลยีผสมอากาศทำให้น้ำที่ไหลออกมานุ่มนวลและใช้น้ำน้อยลง
  • ใช้งานง่าย : ทำงานด้วยเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพียงยื่นมือเข้าใกล้

ในปี 2568 สามารถลดการใช้น้ำ จากปี 2567 ได้ ปริมาณ 5,003 ลูกบาศก์เมตร

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงจากของเสียที่เกิดจากการให้บริการทางการแพทย์ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคและอันตรายต่อบุคลากร ผู้ป่วย และชุมชน เพื่อให้การจัดการของเสียเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อกำหนดของกรมอนามัย และแนวทางของ องค์การอนามัยโลก ตลอดจน
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการคัดแยกประเภทของขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งขยะทั่วไป ขยะอันตรายทางการแพทย์ และขยะ
รีไซเคิล สำหรับขยะอันตรายทางการแพทย์นั้น จะถูกส่งไปกำจัดอย่างถูกวิธีโดยผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการลดปริมาณขยะจากแหล่งกำเนิด ผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บรรจุภัณฑ์กระดาษ หรือพลาสติกแบบ Biodegradable ตลอดจนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในด้านการจัดการขยะที่ไม่อันตรายจากหน่วยงานที่บรรลุผลสำเร็จตามแผน (Best Practice) เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินการแก่ทุกภาคส่วนในองค์กร

การตั้งเป้าหมายการจัดการขยะและของเสีย

หมายเหตุ :

– ปริมาณขยะและของเสียรวม ปี 2568 ลดลง 6,064.37 กิโลกรัม คิดเป็น ร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567

– ปริมาณขยะและของเสียที่นำไปใช้ซ้ำ (Reuse) / รีไซเคิล (Recycle) รวม เพิ่มขึ้น 2,780.90 กิโลกรัม คิดเป็น 2.45% เมื่อเทียบกับปี 2567

การจัดการขยะและของเสีย : ปริมาณขยะและของเสียของบริษัท

การจัดการขยะและของเสีย : ปริมาณขยะและของเสียที่นำไปใช้ซ้ำ (Reuse) / รีไซเคิล (Recycle) ของบริษัท

หมายเหตุ : (10) – จากโครงการ เศรษฐกิจหมุนเวียน “วน” Recycle ถุงพลาสติกและพลาสติกยืด


ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการขยะและของเสีย

โครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน “วน” Recycle ถุงพลาสติกและพลาสติกยืด

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ได้ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเข้าร่วมโครงการ “วน” เพื่อรีไซเคิลถุงพลาสติกและพลาสติกยืด ร่วมกับ บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการคัดแยกและรวบรวมวัสดุพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ออกจากขยะทั่วไป เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และหมุนเวียนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่า ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรขององค์กร

การดำเนินงานดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการเพิ่มอัตราการเบี่ยงเบนขยะออกจากหลุมฝังกลบ (Waste Diversion Rate) และลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติก ในระยะเริ่มต้นโรงพยาบาลสามารถรวบรวมและ
ส่งมอบถุงพลาสติกและพลาสติกยืดเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากกว่า 100 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 1 เดือน สะท้อนถึงระสิทธิภาพของระบบการจัดการขยะและศักยภาพในการขยายผลในระยะยาว

สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลได้กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในการรวบรวมถุงพลาสติกและพลาสติกยืดเพื่อรีไซเคิลให้ได้มากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทในการลดปริมาณขยะไม่อันตรายที่นำไปฝังกลบลงร้อยละ 20 จากปีฐาน 2567 ภายในปี 2572

นอกจากนี้ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ยังสามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ ปี 2568 สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบสะสมได้มากกว่า 355,000 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับปีฐาน 2565 สะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรและลดของเสียจากการดำเนินงาน ควบคู่กันนี้ ความสำเร็จในการลดปริมาณขยะยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Scope 3 โดยในปี 2568 โรงพยาบาลสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จำนวน 637 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โครงการนี้ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในระยะยาว

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการบริหารจัดการด้านสุขภาพในสังคม บริษัทฯ ได้ทำการระบุความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ ดังนี้ ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) ที่อาจเกิดจากสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง การเกิดโรคระบาด การย้ายถิ่นของชุมชน และปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงักความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) เช่น กฎหมายหรือข้อบังคับด้านการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านกลไกต่าง ๆ อาทิ การเก็บภาษีคาร์บอน เป็นต้น ในด้านโอกาส(Opportunity) การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น การติดตั้งระบบผลิตพลังงานงานจากแสงอาทิตย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถช่วยลดต้นทุนการซื้อพลังงานไฟฟ้า

ดังนั้น บริษัทฯ จึงขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นที่จะร่วมมือรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสและพยายามรักษาไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคตสาหกรรมตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การตั้งเป้าหมาย

บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนี้

ระยะสั้น : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผู้รับบริการ ลดลงร้อยละ 4 เทียบกับปีที่ผ่านมา

ระยะกลาง : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผู้รับบริการ ลดลงร้อยละ 20 จากปีฐาน 2567

ภายในปี 2572

ระยะยาว : การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593


ผลการดำเนินงาน

การตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก

หมายเหตุ: เป้าหมายระยะสั้น ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผู้รับบริการ ลงร้อยละ 4 เทียบกับปีที่ผ่านมา

การตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Greenhouse Gas Emissions)

การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก – ขอบเขตที่ 1, 2, 3

  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1, 2, 3 ปี 2568 เท่ากับ 28,444 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็น 3.09 %
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1, 2 ปี 2568 เท่ากับ 21,548 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็น 1.61%
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็น 47.14%
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 2 ลดลง 3.81% จากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการติดตั้งระบบผลิตพลังงานงานจากแสงอาทิตย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 3 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็น 8.00%
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1, 2, 3 ต่อผู้รับบริการ 0.0211 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อคน เพิ่มขึ้น 1.31%
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ขอบเขตที่ 1, 2 ต่อผู้รับบริการ 0.0159 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อคน ลดลง 0.15%
  • ขอบเขตการรายงานก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมเฉพาะการควบคุมการดำเนินงานของบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและบริการด้านสุขภาพเท่านั้น

ท่านสามารถเข้าชมข้อมูล ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติม ตั้งแต่หน้า 59 – 84 ได้ที่นี่